ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ ๆ
ผมเชื่อเหมือนมือใหม่ส่วนใหญ่ว่า
ยิ่งเทรดเร็ว ยิ่งเทรดถี่ โอกาสรวยยิ่งมาก
ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับกราฟ Timeframe เล็ก
พยายามเข้าออกให้ไว
หวังว่าจะเก็บกำไรให้ได้มากที่สุดในแต่ละวัน
ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
ยิ่งเทรดถี่ ยิ่งเหนื่อย
ยิ่งเหนื่อย ยิ่งหลุดวินัย
และสุดท้ายเริ่มแก้ปัญหาด้วยอารมณ์มากกว่าระบบ
สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การโดน Stop Loss
แต่คือช่วงที่เราเริ่มคิดว่า
“ไม่ใช้ SL น่าจะดีกว่า”
หรือ
“ถัวเพิ่มอีกนิด เดี๋ยวราคากลับมา”
ตรงจุดนั้นเอง
ที่ความเสี่ยงของพอร์ตถูกขยายแบบไม่รู้ตัว
หลังจากลองผิดลองถูกมานาน
ผมเริ่มเปลี่ยนมุมมองใหม่ทั้งหมด
แทนที่จะโฟกัสความเร็ว
ผมเริ่มโฟกัสความชัด
แทนที่จะดูกราฟทั้งวัน
ผมเริ่มมองภาพใหญ่ก่อน
การเทรดบน Timeframe ใหญ่ เช่น Daily
ทำให้ผมเห็นโครงสร้างตลาดชัดขึ้น
Noise น้อยลง
และตัดสินใจง่ายขึ้นอย่างมาก
ที่สำคัญคือ
Timeframe ใหญ่ไม่ได้แปลว่าเข้าเทรดช้าเสมอไป
เรายังสามารถใช้ Timeframe เล็กลง
เพื่อเข้าให้ได้ Risk : Reward ที่ดีขึ้น
โดยที่ยังยึดทิศทางจากภาพใหญ่เป็นหลัก
ถ้าอยากเพิ่มจำนวนโอกาส
ไม่จำเป็นต้องเทรดถี่ขึ้น
แค่กระจายไปหลายสินทรัพย์
ภายใต้แนวคิดเดียวกัน
ก็เพียงพอแล้ว
อีกข้อดีหนึ่งที่คนมองข้ามคือ
การ Backtest บน Timeframe ใหญ่
ทำได้ง่ายกว่าและเชื่อถือได้มากกว่า
ข้อมูลหาง่าย
โครงสร้างชัด
และโอกาสโดน Stop Hunt ลดลงอย่างชัดเจน
จากประสบการณ์การโค้ชและพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง
ผมพบว่า
การเทรดช้าลง
กลับช่วยให้คนส่วนใหญ่รอด
และเติบโตได้จริงมากกว่า
ผมจะทยอยทำ Backtest แยกเป็นราย Symbol
และนำมาใช้เป็นแกนความรู้บนเว็บไซต์แห่งนี้
เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบ
และนำไปปรับใช้ได้ด้วยตัวเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว
การเทรดไม่ใช่เรื่องของความเร็ว
แต่คือการอยู่รอด
และสะสมความได้เปรียบอย่างมีวินัย
เทรดช้า
แต่รวยเร็วกว่าเดิม

Leave a Reply